รมว.ทส. “วราวุธ” หารือฑูตสหรัฐฯ เตรียมพร้อมการประชุมผู้นำลดโลกร้อน “Leaders Summit on climate” ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
วันนี้ (21 เมษายน 2564) เวลา 14.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้หารือร่วมกับ H.E. Michel Heath อุปทูต รักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ผ่านระบบการประชุมทางไกล Video Conference ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมประเด็นสำหรับการเข้าร่วมเสวนาในการประชุม Leaders Summit on climate หรือการประชุมผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน 2564 นี้ และยังได้หารือถึงแนวทางการเสริมความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต โดยมี ดร.อัษฎาพร ไกรพานนท์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมหารือในโอกาสนี้ด้วย
โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา มีกำหนดการร่วมเสวนา เรื่องการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการประชุมผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในวันที่ 22 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผ่านทางระบบการประชุมทางไกล Video Conference ซึ่งจะมีประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม และมีสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับสากลให้เป็นรูปธรรม และเป็นการปูทางไปสู่การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ที่จะมีขึ้น ณ สหราชอาณาจักร ในเดือนพฤศจิกายน 2564
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือร่วมกันถึง แนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในอนาคต อาทิ การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ การแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ที่ต้องอาศัยความร่วมมือในภูมิภาค ASEAN การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลและการอัพไซเคิล การแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดทำร่าง พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมทั้ง BCG Model เป็นต้น และในการหารือ สหรัฐอเมริกายังคาดหวังให้การประชุมเอเปค ในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพหลัก มีบทบาทด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกายินดีที่จะร่วมมือกับประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตต่อไป
















