กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“ปลัดฯ จตุพร” เตรียมหนุน “เขาพระแทว” เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ต่อจาก “ดอยหลวงเชียงดาว”

“ปลัดฯ จตุพร” เตรียมหนุน “เขาพระแทว” เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ต่อจาก “ดอยหลวงเชียงดาว”

“ปลัดฯ จตุพร” เตรียมหนุน “เขาพระแทว” เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ต่อจาก “ดอยหลวงเชียงดาว”

วันนี้ (18 สิงหาคม 2564) เวลา 10.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการมนุษย์และชีวมณฑลของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Video Conference) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นฝ่ายเลขานุการ และมีวาระสำคัญของการหารือถึงความพร้อมในการนำเสนอพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว จ.ภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ต่อจากดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของ UNESCO  

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. กล่าวว่า พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว จ.ภูเก็ต เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เล็งเห็นถึงความสามารถในการยกระดับให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่มีความสำคัญระดับโลกได้อีกแห่งหนึ่ง โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่สงวนชีวมณฑล อยู่ทั้งสิ้น 4 แห่ง ได้แก่ พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช จ.นครราชสีมา พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสัก-ห้วยทาก จ.ลำปาง พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า จ.เชียงใหม่ และพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง จ.ระนอง  ขณะที่ ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจาก UNESCO  ซึ่ง “พื้นที่สงวนชีวมณฑล” นับเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศบนบก ทะเล หรือชายฝั่งทะเล ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑลขององค์การยูเนสโก ที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายของพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ และระบบนิเวศ ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน

สำหรับ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว จ.ภูเก็ต มีการประกาศจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2523 ครอบคลุมพื้นที่ ต.เทพกระษัตรี ต.ศรีสุนทร ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีเนื้อที่รวม 13,925 ไร่ มีลักษณะเป็นป่าดงดิบชื้นเขตศูนย์สูตร มีสัตว์ป่ากว่า 100 ชนิด มีพันธุ์พืชเฉพาะถิ่นที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ได้แก่ ปาล์มหลังขาว หรือปาล์มเจ้าเมืองถลาง รวมถึงมีการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการออกเป็น พื้นที่แกนกลาง (Core area) เขตกันชน (Buffer zone) และพื้นที่รอบนอก (Transition area) เพื่อทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ร่วมกับชุมชนโดยรอบมาอย่างต่อเนื่อง ตรงตามหลักเกณฑ์ของพื้นที่สงวนชีวมณฑล

โดยหลักเกณฑ์ของการคัดเลือกพื้นที่สงวนชีวมณฑลโลก (Statutory Framework of World Network of Biosphere Reserve Network) จะประกอบไปด้วยคุณสมบัติ 7 ข้อ ได้แก่ 
1.เป็นพื้นที่ที่ครอบคลุมภาพของตัวแทนระบบนิเวศของภูมิภาคตามชีวภูมิศาสตร์หลัก และมีพื้นที่ที่ปรากฏกิจกรรมของมนุษย์รวมอยู่ด้วย 
2.เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
3. เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้มีการค้นหาและสาธิตวิธีการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค
4. มีขนาดเหมาะสมต่อการบริการหน้าที่ทั้ง 3 ด้าน ของพื้นที่สงวนชีวมณฑล ได้แก่ การอนุรักษ์ การพัฒนา และ โลจิสติกส์ของการถ่ายทอดองค์ความรู้
5.ควรประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน ได้แก่ 1) พื้นที่แกนกลางที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือมีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อการอนุรักษ์ในระยะยาวและมีขนาดเหมาะสม 2) เขตกันชน ซึ่งกิจกรรมที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับการอนุรักษ์เท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ 3) พื้นที่รอบนอก ที่มีการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน  
6.การจัดการโครงสร้างเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงานสาธารณะ ชุมชนท้องถิ่น และเอกชนที่เหมาะสม 
7.พื้นที่ควรมีการพัฒนาเครื่องมือในการบริหารพื้นที่ ได้แก่ กลไกในการจัดการการใช้ประโยชน์และการทำกิจกรรมของมนุษย์ในเขตกันชน การจัดการเชิงนโยบายและแผน สำหรับพื้นที่สงวนชีวมณฑล หน่วยงานที่ได้รับแต่งตั้งที่ได้รับจัดตั้ง หรือกลไกในการดำเนินการตามนโยบายและแผนโครงการศึกษาวิจัย ติดตาม ให้การศึกษาและฝึกอบรม

อย่างไรก็ตาม ปลัดฯ กระทรวง ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดทำรูปเล่มรายละเอียดของข้อมูล พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนโดยรอบให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อนำรายละเอียดเสนอเข้าที่ประชุมให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาอีกครั้งภายใน 6 เดือนต่อจากนี้

แกลเลอรี่