กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ปลัดฯ จตุพร ตรวจติดตามการแปรรูปไม้มีค่า สำหรับก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ พร้อมกำชับเร่งวางแนวทางใช้ประโยชน์จาก เศษไม้ และขี้เลื่อยที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปลัดฯ จตุพร ตรวจติดตามการแปรรูปไม้มีค่า สำหรับก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ พร้อมกำชับเร่งวางแนวทางใช้ประโยชน์จาก เศษไม้ และขี้เลื่อยที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปลัดฯ จตุพร ตรวจติดตามการแปรรูปไม้มีค่า สำหรับก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ พร้อมกำชับเร่งวางแนวทางใช้ประโยชน์จาก เศษไม้ และขี้เลื่อยที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันนี้ (8 ตุลาคม 2564) เวลา 15.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานแปรรูปไม้มีค่าสำหรับก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ณ ส่วนอุตสาหกรรมไม้วังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสุกิจ จันทร์ทอง รักษาการผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมป่าไม้ ประกอบด้วย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม และนายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

โดยส่วนอุตสาหกรรมไม้วังน้อย ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแปรรูปไม้มีค่าทั้ง 6 ชนิด ได้แก่ ไม้พะยูง ไม้สัก ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้มะค่าโมง และไม้ชิงชัน ที่เป็นไม้ของกลางที่สิ้นสุดคดีความแล้ว สำหรับใช้ในการตกแต่งอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน อาทิ ประตู หน้าต่าง ฝ้า พื้น ฝาผนัง ตามการออกแบบของกรมศิลปากร ที่อาศัยความแตกต่างจากสีของเนื้อไม้แต่ละชนิดมาประกอบกันให้เกิดความสวยงามในการออกแบบตกแต่งภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และเป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงงานศิลปะ และงานฝีมือต่าง ๆ ของไทย

การแปรรูปไม้มีค่าของกลาง สำหรับการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558-2564 เต็มกำลังการผลิตของส่วนอุตสาหกรรมไม้วังน้อย ที่สามารถรองรับการแปรรูปไม้ได้วันละประมาณ 4,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแปรรูปไม้มีค่าของกลางไปแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 11,689 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 87.4 ของปริมาณไม้ของกลางทั้งหมดที่ได้รับมอบจากกรมป่าไม้ รวมจำนวน 13,365 ลูกบาศก์เมตร

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจติดตามการดำเนินงานแปรรูปไม้มีค่าของกลาง พบว่า ไม้ทั้งหมดที่เข้ามามีความสมบูรณ์ประมาณร้อยละ 50 และเมื่อทำการแปรรูปแล้วจะได้ผลผลิตเป็นไม้แปรรูปประมาณร้อยละ 20 ที่เหลือจะกลายเป็นเศษไม้ ปีกไม้ เศษหัวไม้ตัด และขี้เลื่อยขี้กบ ซึ่ง อ.อ.ป. ต้องเก็บรักษาส่วนต่าง ๆ ของไม้ไว้ทั้ง 100% ตามมติของคณะกรรมการที่ผ่านมา โดยเฉพาะขี้เลื่อย ที่ปัจจุบันพบว่ามีปริมาณมากถึงเกือบ 1,600 ตัน จึงได้มอบหมายให้ อ.อ.ป. และกรมป่าไม้ เร่งหาวิธีนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเสนอเข้าสู่คณะกรรมการฝ่ายโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ ในปัจจุบันพิจารณา แทนการปล่อยทิ้งไว้ให้เสื่อมสภาพและไม่เกิดประโยชน์ต่อไป

ในโอกาสนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม ณ ส่วนอุตสาหกรรมไม้อยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อโรงงานแปรรูปไม้ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่

แกลเลอรี่